kontee's profileyimsmiler ^0^PhotosBlogListsMore Tools Help

Windows Media Player

Lists

kontee thamarat

Photo 1 of 12

yimsmiler ^0^

ไม่มีคุณแม่แล้วหนูจะฉี่ยังไง ม้ายมีคุณแม่แล้วหนูจะขี้ที่หน๊าย
May 28

บางสิ่ง

บางสิ่งงดงามด้วยความต่าง
 
บางสิ่งสร้างพลังด้วยความนิ่ง
 
บางสิ่งเหมือนเท็จแต่เป็นจริง
 
บางสิ่งยิ่งตัดทิ้งยิ่งงอกงาม
May 18

หมดใจ

หมดใจ


วันนั้น   จากวันที่ฉันได้พบกับเธอ
ฉันรู้ว่าเธอคือนางในใจ
แต่เธอก็คงไม่เหลียงมอง

ตัวฉัน    คงได้แต่ฝันมีเธอครอบครอง
แค่ขอเพียงมองดูเธอไกลๆ
ส่งความห่วงใยคิดถึงเธอ

แต่สิ่งไม่คาดฝันก็พลันเกิด
เมื่อเห็นเธอสบตาฉัน
โบกมือและส่งยิ้มทักทายกัน
ใจฉันแทบหลุดลอย

อยากบอกกับเธอ   ฉันหมดแล้ว
ใจฉันให้เธอ   ทั้งรู้ว่าเธอคงไม่คิดอะไร
กับคนอย่างฉันเท่านั้นเอง


แต่อยากบอกกับเธอ   รักหมดแล้ว
ใจฉันที่มีให้กับเธอไปหมด

โดยไม่คิดเหลือไว้.....
( ให้ใครอีกเลย )

ก็เธอนั้น     ดุจสวรรค์ประทานให้มา
ช่างแสนงดงามและมีค่า
ดุจดั่งนางฟ้าลงมาสู่ดิน

แต่ตัวฉัน  ไม่มีความหมายใดๆ   ทั้งสิ้น
เพราะฉันเป็นเพียงแค่คนเดินดิน
ไม่อาจจะบินไปคว้าเธอ

อยากบอกกับเธอ ฉันหมดแล้ว รักหมดใจ
ฉันหมด   หมดดวงใจที่ฉันมี


แต่อยากบอกกับเธอ     ฉันหมดแล้ว     รักหมดใจ
ฉันหมดใจ    ไม่มีเหลือให้ใครอีกแล้ว

April 30

Happy Birth Day NooMee

Happy Birth NooMee
 
 
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน วันนี้เค้าก้อยังไม่เคยลืม(ดั๊น~ลืมไปแล้ว อิๆ)
 
เวลาเค้าคุยหนูมี่ ก้อว่าไม่อยากจะคุยกับหนูมี่หรอ เค้าไม่เคยคิดอย่างงั้น(จิงๆใช่ 5 5 5)
 
หนูมี่ถามว่าทำไมช่วงนี้ถึงห่างเหิน เค้าก้องงทั้งที่คุย วันเกินสามเวลา(เนี่ยนะ ห่างว่ะ 5 5 5)
 
สุดท้ายเค้าก้อบอกว่า วันเกิดหนูมี่นะ มาคุยกันเหอะ แต่เค้ายังไม่ว่าง(คลิ๊กๆๆ คิลๆๆ ว่ะ5 5 5)
 
ถ้างั้นเค้าเอาเพลงนี้ให้ฟังแล้วกันก้อคนมันเสียงดีร้องทีไรมีเงียบ~~~(ฮา)
 
หรือ
.
.
จะเอา Canon
(ฮา)
 
นูกิ๊ส~~~~~
April 16

แง่คิดของคนคนหนึ่ง

ผมว่า...ในโลกนี้ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า แม้แต่คนโง่ที่สุด ยังฉลาดในบางเรื่องและในทางกลับกันคนฉลาดที่สุด ก็ยังโง่ในอีกหลายๆเรื่อง ไม่มีอะไรเสียเวลมากกว่า การนั่งคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป ที่จะทำในสิ่งที่ตนฝัน
 
อันตรายที่สุดของชีวิตของผม คือ การคาดหวัง อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามทำมันเลยอย่างเต็มที่ เหตุผลของคนๆหนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง ถ้าเราไม่ลองก้าว เราก็จะไม่มีทงรู้เลยว่าทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ปัญหาทุกอย่าง ล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น อย่าไปโทดสิ่งได้
 
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งเสียไป หลังเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ(หลังฝนตกนะ) คนเรา ไม่ต้องเก่งไปซะทุกอย่าง แต่จงสนุกกับสิ่งที่ได้ทำ หัวใจของการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่หากอยู่ที่ประสบการ์ณสองข้างทางเสียมากกว่า
 
จุดยืนของชีวิตตัวผมเองคือ การทำให้คนอื่นสบายใจ(จิงหรอ) มีความสุข ตัวเองจะเป็นสุขไปด้วย ความสุขที่แท้จริงคือการทำให้คนอื่นเป็นสุข ผมว่าง่ายนะที่คนอื่นมาทำให้เรามีความสุข คือ 1) อย่าขืนทำ เพราะเมื่อเขารู้ว่าเราขืนทำ เขาก็จะไม่สุขใจ จึงทำด้วยความจริงใจ 2) อย่าทำในสิ่งที่คน (กลุ่ม(ฝูง(โขลง))) หนึ่งสุข แต่อีกคนหนึ่งทุกข์ และ 3) ไม่ต้องคิดการใหญ่ บางครั้งเพียงแค่พูดให้กำลังใจ ง่าย ๆ สบาย ๆ ก็ได้แล้ว แต่ขอให้จริงใจจริง ๆ ก็เป็นพอ แต่ไมเราถึงทำไม่ได้อย่างที่เราหวังได้ซักที
 
ถ้าสิ่งที่เราทำไปทุกอย่างดูผลแล้วมันแย่ บางทีเราน่าจะคิดได้ว่าสู้ไม่ทำกระทำการสิ่งใดเลยน่าจะดีกว่า(ไม่ต้องพูด)
 
ยิ่งนิ่ง ยิ่งเห็นความเคลื่อนไหว

ยิ่งเชื่อ ยิ่งตายใจมิใช่หรือ

ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งวิ่งไล่ ยิ่งไกลมือ

ยิ่งบังคับ ยิ่งดื้อ คือใจเรา
 
^
ll
ll
ll
ll
ยิ่งจน ยิ่งเครียด ยิ่งกินเหล้า
(ฮา)
 
March 28

เรื่องราวที่ภรรยาผมชอบ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจภรรยาผมมาก เก็บไว้นานแล้ว
ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า

"
เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....
เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป "  
     
ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา

เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
           
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ
มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
   
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
 
ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน

ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...
แต่แล้ว  ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
    
เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...
ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...

เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน
   
ถวิลหา... คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า

วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...
ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....

ผมปลีกตัวออกจากเจน " วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
ผมต้องเข้าออฟฟิศ "  ... แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก
เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ    ไปด้วยกัน...

ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ
แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
       
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...

จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก
เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี
ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...

หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
 
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ
   
มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผม
 
 
นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...
เธอจะเป็นอย่างไร      

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...  
 
เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....

เธอเหมือนจะรับรู้มันได้...  แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ
กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
       
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ
ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ก..

แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...

แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...
   
เธอร้องไห้อย่างหนัก...
ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...

แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...
       
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก
อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด....
เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...

แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...

เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง
เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...

เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...

เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...

และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..

เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...

รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...

ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน

ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า  
 
เธอคิดถึงวันดีๆ
เหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
       
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่า
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...    

เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...
   
คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
             
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...

พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้อง

วันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ
   
แล้วพูดด้วยความดีใจว่า

ว้าว...
วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...

ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...

ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
       
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...

ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...

วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง
   
เล็กๆน้อยๆ
เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ
อีกมากมาย...

ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...

หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..

นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น

ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...
ลูกของเราร้องขึ้นว่า
พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....

เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง
ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
         
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...

ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
       
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ...    

ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..
   
คุณสบายดีหรือเปล่า      
 
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...
ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...

ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่  
 
ได้    หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่า

ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...

เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....ระหว่างทาง
   
กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... พนักงานขาย
   
ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่